หน้าแรก › MarTechPlace › เอเจนซี่คืออะไร ทำหน้าที่อะไรบ้าง สรุปครบก่อนตัดสินใจจ้าง
M Creation

เอเจนซี่คืออะไร ทำหน้าที่อะไรบ้าง สรุปครบก่อนตัดสินใจจ้าง

ชวัลวิทย์ รักษพลอัปเดตล่าสุด 5 พ.ย. 2567อ่าน 15 นาที
Warm interaction between a smiling barista and a customer inside a coffee shop.

เอเจนซี่ก็คือทีมข้างนอกที่คุณจ้างมาทำงานแทนทีมในบ้าน ส่วนใหญ่เป็นงานที่ต้องใช้คนเฉพาะทาง จ้างประจำไม่คุ้ม อย่างงานโฆษณา งานครีเอทีฟ งานสื่อ ฟังดูง่ายใช่ไหมครับ แต่เวลาจะจ้างจริง คนมักตัดสินใจไม่ถูก เพราะคำว่าเอเจนซี่มันครอบคลุมงานคนละแบบกันเยอะมาก

ผมทำเอเจนซี่มาสิบกว่าปี เจอคำถามเดิมทุกครั้งที่นั่งคุยกับเจ้าของธุรกิจ คือ "ที่ผมมีอยู่ตอนนี้ ต้องจ้างเอเจนซี่ไหม" กับ "แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเจอเจ้าที่ใช่" สองข้อนี้คือสิ่งที่ผมจะตอบในบทความนี้ครับ

เอเจนซี่มีกี่ประเภท ต่างกันตรงไหน

เวลาคนบอกว่าจะจ้างเอเจนซี่ ต้องถามต่อว่าจ้างทำอะไร เพราะมันมีหลายสายมาก

  • เอเจนซี่โฆษณา ดูแลการยิงแอด วางงบ ปรับแคมเปญ รายงานผล ส่วนใหญ่คิดเป็นค่าดูแลรายเดือน แยกจากค่าโฆษณาที่จ่ายให้แพลตฟอร์ม
  • เอเจนซี่ครีเอทีฟ คิดแคมเปญ ทำชิ้นงาน ถ่ายภาพถ่ายวิดีโอ เก่งเรื่องไอเดียกับงานผลิต แต่ไม่ได้ดูแลการยิงให้
  • มีเดียเอเจนซี่ ซื้อสื่อล็อตใหญ่ ทั้งทีวี บิลบอร์ด สื่อออนไลน์ เหมาะกับแบรนด์ที่ใช้งบระดับสูง
  • เอเจนซี่ครบวงจร รวมทุกอย่างไว้ที่เดียว สะดวกตรงคุยจุดเดียวจบ แต่ต้องดูว่าเก่งจริงทุกด้านหรือเก่งด้านเดียวแล้วที่เหลือส่งต่อ

ที่ต้องแยกให้ออก เพราะเวลาคุณบรีฟว่า "อยากได้ยอดขายเพิ่ม" แล้วไปคุยกับเอเจนซี่ครีเอทีฟ เขาจะเสนอแคมเปญสวยๆ ให้ ส่วนเอเจนซี่โฆษณาจะเสนอโครงสร้างแคมเปญกับงบ คนละคำตอบกันเลย ทั้งที่คำถามเดียวกัน

เอเจนซี่ทำอะไรให้บ้าง

เอาแบบเห็นภาพ ถ้าจ้างเอเจนซี่โฆษณา งานที่เขาทำให้จริงๆ คือ

  1. ตรวจของที่มีก่อน ดูเว็บ ดูเพจ ดูระบบวัดผล ว่าพร้อมรับคนที่ยิงเข้ามาหรือยัง ขั้นนี้สำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะยิงคนเข้าเว็บที่โหลดช้าหรือหาปุ่มสั่งซื้อไม่เจอ ก็คือจ่ายเงินให้คนมาแล้วเดินออก
  2. วางว่าจะยิงช่องทางไหน งบเท่าไหร่ ตามสินค้าและกลุ่มลูกค้า ไม่ใช่ยิงทุกช่องเพราะมีเงิน
  3. ตั้งแคมเปญและดูแลต่อเนื่อง ปรับกลุ่มเป้าหมาย ปรับงบ ปิดตัวที่ไม่เวิร์ก เพิ่มตัวที่เวิร์ก อันนี้คืองานหลักที่ทำทุกสัปดาห์
  4. รายงานผล ว่าเงินที่ใช้ไปเปลี่ยนเป็นอะไรกลับมาบ้าง

สิ่งที่เอเจนซี่โฆษณาส่วนใหญ่ไม่ได้ทำให้ คือถ่ายรูปสินค้า ทำคลิป และตอบแชทลูกค้า ถ้าคุณต้องการสามอย่างนี้ด้วย ต้องถามให้ชัดตั้งแต่ตอนคุยราคา ไม่งั้นจะเข้าใจไม่ตรงกันตอนเริ่มงาน

เมื่อไหร่ที่ควรจ้าง เมื่อไหร่ที่ยังไม่ต้อง

ตรงนี้ผมจะพูดสวนทางกับที่เอเจนซี่ทั่วไปเขาพูดกันนะครับ

ยังไม่ต้องจ้าง ถ้าสินค้ายังไม่เคยขายได้เลย ยังไม่รู้ว่าใครซื้อ และยังไม่มีใครทักมาถามเอง ช่วงนั้นสิ่งที่คุณต้องการคือหาให้เจอก่อนว่าของขายได้ไหม ซึ่งทำเองเร็วกว่าและถูกกว่า จ้างเอเจนซี่ตอนนั้นคือเอาเงินไปเสี่ยงกับคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

ถึงเวลาจ้างแล้ว เมื่อของขายได้อยู่แล้ว แต่คุณไม่มีเวลาดูเอง หรือทำเองแล้วชนเพดาน เพิ่มงบแล้วยอดไม่ขึ้นตาม หรืออยากขยายไปช่องทางใหม่ที่ไม่เคยทำ นี่คือจุดที่จ้างแล้วคุ้ม เพราะคุณกำลังซื้อความเร็วกับประสบการณ์ ไม่ได้ซื้อคำตอบว่าของขายได้ไหม

เลือกเอเจนซี่ยังไงไม่ให้เสียเงินฟรี

คำถามที่ผมอยากให้คุณถามเวลานั่งคุยกับเอเจนซี่ มีสี่ข้อ

"บัญชีโฆษณาเป็นของใคร" ถามให้ชัดตั้งแต่วันแรก ว่าถ้าเลิกทำงานกันแล้ว ข้อมูลย้อนหลังกับกลุ่มเป้าหมายที่สะสมไว้จะอยู่กับใคร เรื่องนี้ราคาไม่ได้บอก แต่กระทบตอนเลิกสัญญาแรงมาก

"รายงานที่จะได้ มีตัวเลขอะไรบ้าง" ขอดูตัวอย่างเลยครับ ถ้ารายงานมีแต่ยอดวิวกับยอดไลก์ ให้ระวังไว้ก่อน เพราะสองตัวนี้ไม่ได้บอกว่าคุณได้เงินกลับมาเท่าไหร่

"ถ้าทำไปสองเดือนแล้วยังไม่เข้าเป้า จะทำยังไงต่อ" คำตอบที่ดีคือมีแผนสำรอง มีจุดที่จะหยุดแล้วรื้อ ส่วนคำตอบที่น่ากลัวคือ "ไม่ต้องห่วงครับ ยังไงก็ได้ผลแน่นอน"

"ทีมที่ดูแลงานผม คือคนที่นั่งคุยอยู่ตอนนี้หรือเปล่า" บางที่คนขายเก่งมาก แต่คนทำจริงเป็นอีกคน ถามไว้ก่อนไม่เสียหาย

อีกเรื่องที่อยากเตือน คือถ้าเจอเจ้าไหนรับปากว่าการันตีอันดับหรือการันตียอดขาย ให้ถอยไว้ก่อน ไม่มีใครควบคุมได้ขนาดนั้น เพราะทั้งอัลกอริทึมและคู่แข่งอยู่นอกมือเราทั้งคู่ คนที่กล้าการันตีมักกำลังขายความสบายใจให้คุณมากกว่าขายผลงาน

ค่าจ้างเอเจนซี่คิดกันยังไง

โมเดลที่เจอในตลาดมีสามแบบหลัก

แบบแรกคือค่าดูแลรายเดือนคงที่ จ่ายเท่ากันทุกเดือนไม่ว่าจะใช้งบเท่าไหร่ ข้อดีคือคาดการณ์ต้นทุนได้ เหมาะกับธุรกิจที่งบนิ่ง

แบบที่สองคือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากงบโฆษณา ยิ่งใช้งบเยอะยิ่งจ่ายเยอะ ข้อควรระวังคือแรงจูงใจมันไปทางให้คุณใช้งบเพิ่ม ซึ่งอาจไม่ตรงกับสิ่งที่ธุรกิจคุณต้องการเสมอไป

แบบที่สามคือผสมกัน มีค่าดูแลขั้นต่ำ แล้วบวกเปอร์เซ็นต์เมื่องบเกินระดับที่ตกลงไว้ แบบนี้สมดุลที่สุดในความเห็นผม

ของเราใช้แบบที่สามครับ ดูรายละเอียดได้ที่ หน้าบริการดูแลโฆษณา ราคาเปิดไว้ให้ดูเลยไม่ต้องทัก

สรุป

เอเจนซี่คือทีมข้างนอกที่มาทำงานเฉพาะทางแทนคุณ ก่อนจ้างให้ตอบตัวเองให้ได้ก่อนสองข้อ คือของขายได้แล้วหรือยัง และคุณจะจ้างเขาทำอะไรกันแน่ ส่วนตอนเลือก ให้ถามเรื่องเจ้าของบัญชีโฆษณา ขอดูตัวอย่างรายงาน และถามว่าถ้าไม่เข้าเป้าจะทำยังไงต่อ

อยากคุยดูก่อนว่าธุรกิจคุณถึงจุดที่ควรจ้างหรือยัง ทักมาได้ครับ เราประเมินให้ฟรีก่อนเสมอ ที่ หน้าติดต่อเรา หรืออ่านเรื่องเลือกเอเจนซี่การตลาดต่อได้ที่ วิธีเลือกเอเจนซี่การตลาด

เอเจนซี่คืออะไร

เอเจนซี่คือทีมจากภายนอกที่ธุรกิจจ้างมาทำงานเฉพาะทางแทนทีมภายใน ส่วนใหญ่เป็นงานที่จ้างพนักงานประจำแล้วไม่คุ้ม เช่น งานโฆษณา งานครีเอทีฟ และงานซื้อสื่อ

เอเจนซี่มีกี่ประเภท

หลักๆ มีเอเจนซี่โฆษณาที่ดูแลการยิงแอดและวางงบ เอเจนซี่ครีเอทีฟที่คิดแคมเปญและผลิตชิ้นงาน มีเดียเอเจนซี่ที่ซื้อสื่อล็อตใหญ่ และเอเจนซี่ครบวงจรที่รวมทุกอย่างไว้ที่เดียว ต้องเลือกให้ตรงกับงานที่ต้องการจริง

เอเจนซี่โฆษณาทำอะไรให้บ้าง

ตรวจเว็บและระบบวัดผลให้พร้อมก่อนยิง วางว่าจะยิงช่องทางไหนด้วยงบเท่าไหร่ ตั้งแคมเปญและดูแลปรับต่อเนื่อง แล้วรายงานผลว่าเงินที่ใช้เปลี่ยนเป็นอะไรกลับมา ส่วนการถ่ายรูปสินค้า ทำคลิป และตอบแชท ส่วนใหญ่ไม่รวมอยู่ในบริการ ต้องถามให้ชัดตั้งแต่ตอนคุยราคา

ธุรกิจแบบไหนที่ยังไม่ควรจ้างเอเจนซี่

ถ้าสินค้ายังไม่เคยขายได้เลย ยังไม่รู้ว่าใครคือคนซื้อ และยังไม่มีใครทักมาถามเอง ช่วงนั้นควรหาคำตอบก่อนว่าของขายได้ไหม ซึ่งทำเองเร็วกว่าและถูกกว่าการจ้าง

เลือกเอเจนซี่ควรถามอะไรบ้าง

ถามว่าบัญชีโฆษณาเป็นของใครเมื่อเลิกทำงานกัน ขอดูตัวอย่างรายงานว่ามีตัวเลขอะไรบ้าง ถามว่าถ้าสองเดือนแล้วไม่เข้าเป้าจะทำอย่างไรต่อ และถามว่าทีมที่ดูแลงานจริงคือคนที่กำลังคุยอยู่หรือไม่

เอเจนซี่ที่การันตีผลลัพธ์ น่าเชื่อถือไหม

ควรระวังไว้ก่อน เพราะทั้งอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มและการเคลื่อนไหวของคู่แข่งอยู่นอกการควบคุมของทุกเอเจนซี่ คนที่กล้าการันตีอันดับหรือยอดขายมักกำลังขายความสบายใจมากกว่าขายผลงานจริง

ค่าจ้างเอเจนซี่คิดยังไง

มีสามแบบหลัก คือค่าดูแลรายเดือนคงที่ที่คาดการณ์ต้นทุนได้ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากงบโฆษณาซึ่งต้องระวังเรื่องแรงจูงใจให้ใช้งบเพิ่ม และแบบผสมที่มีค่าดูแลขั้นต่ำแล้วบวกเปอร์เซ็นต์เมื่องบเกินระดับที่ตกลงกันไว้