หน้าแรก › MarTechPlace › ทำยังไงให้ โฆษณาหน้าแรก Google ได้ผลปัง! สำหรับมือใหม่
M Creation

ทำยังไงให้ โฆษณาหน้าแรก Google ได้ผลปัง! สำหรับมือใหม่

ชวัลวิทย์ รักษพลอัปเดตล่าสุด 13 ต.ค. 2567อ่าน 19 นาที
ทำยังไงให้ โฆษณาหน้าแรก Google ได้ผลปัง! สำหรับมือใหม่

การทำโฆษณาหน้าแรก Google เพื่อให้ได้ผลปัง สำหรับมือใหม่ต้องทราบทริคทำโฆษณา Google ads โดยสามารถดำเนินการตามขั้นตอนที่บทความของเรานำมาฝาก ซึ่งโดยหลักจะต้องเข้าใจความสำคัญของ Google ads รู้จักวางแผนและกำหนดเป้าหมาย, เลือกคีย์เวิร์ดสำคัญที่เหมาะสม, สร้างโฆษณาที่น่าสนใจ, ตัดสินใจว่าคุณต้องการจ่ายค่าคลิก (Cost Per Click - CPC) หรือค่าแสดงโฆษณา (Cost Per Impression - CPM) และกำหนดงบประมาณที่เหมาะสม สำหรับแต่ละแคมเปญโฆษณาของคุณ ตลอดจนปรับปรุงและประเมินผล ดังนั้นโดยสรุปการทำโฆษณาบนหน้าแรกของ Google ต้องมีการวางแผนที่ดีและการสร้างโฆษณาที่น่าสนใจ เพื่อเป็นที่ดึงความสนใจจากผู้ใช้ เพื่อให้ได้ผลปังตามที่คุณต้องการ

ทำยังไงให้ โฆษณาหน้าแรก Google ได้ผลปัง! สำหรับมือใหม่

การทำโฆษณาบนหน้าแรกของ Google คือรูปแบบโฆษณาแบบใด

การทำโฆษณาบนหน้าแรกของ Google มีรูปแบบหลายแบบที่สามารถใช้ได้ โดยรูปแบบที่พบบ่อยคือ:

1. โฆษณาข้อความ

เป็นการแสดงข้อความโฆษณาที่ปรากฏบนหน้าผลการค้นหา โฆษณาข้อความมักประกอบด้วยหัวข้อข้อความที่โดดเด่น  เชื่อมโยงนำผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์หรือหน้าสินค้าที่เกี่ยวข้อง

2. โฆษณาแบนเนอร์

เป็นรูปแบบโฆษณาที่ปรากฏเป็นภาพ หรือกราฟฟิกขนาดใหญ่บนหน้าผลการค้นหาหรือหน้าเว็บไซต์ที่สนับสนุนโฆษณา

3. โฆษณาวิดีโอ

เป็นรูปแบบโฆษณาวิดีโอที่เล่นอัตโนมัติ หรือทำการคลิกเพื่อเล่นบนหน้าผลการค้นหา หรือหน้าเว็บไซต์ที่สนับสนุนโฆษณา

การเลือกรูปแบบโฆษณาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมายของคุณ โดยคุณสามารถกำหนดรูปแบบโฆษณาที่ต้องการในการสร้างแคมเปญโฆษณาของคุณใน Google Ads

โฆษณา Google มีอะไรบ้าง

โฆษณาของ Google มีหลายรูปแบบและแพลตฟอร์มที่สามารถนำเสนอได้ เช่น:

1. การโฆษณาในการค้นหา (Search Ads)

เป็นโฆษณาที่ปรากฏบนหน้าผลการค้นหาของ Google เมื่อผู้ใช้ค้นหาคีย์เวิร์ดหลักที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่โฆษณาต้องการโฆษณา โฆษณาจะปรากฏเป็นการค้นหาปกติ แต่มีการแสดงข้อความโฆษณาเสริมที่ด้านบนหรือด้านล่างของผลการค้นหา

2. การโฆษณาบนเว็บไซต์ (Display Ads)

เป็นโฆษณาที่ปรากฏบนเว็บไซต์หลายแห่งในรูปแบบต่าง ๆ เช่น โฆษณาแบนเนอร์ (banner ads) 

3. YouTube Ads

เป็นโฆษณาที่ปรากฏก่อนเริ่มต้นวิดีโอหรือระหว่างการเล่นวิดีโอบน YouTube โฆษณาในรูปแบบนี้สามารถเป็นวิดีโอโฆษณา (video ads) หรือโฆษณาแบบแสดงภาพนิ่ง (display ads) และสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้

นอกจากนี้ยังมีรูปแบบโฆษณาอื่น ๆ เช่นโฆษณาในแอปพลิเคชันเครื่องมือ Google, Gmail Ads และโฆษณาในโฆษณาเน็ตเวิร์ก Google (Google AdSense) ที่ปรากฏบนเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งเป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อยของรูปแบบโฆษณาที่ Google มีให้บริการ

การรับลงโฆษณา Google ราคาถูก 

นี่คือสิ่งที่คุณสามารถทำได้

1. ตั้งงบประมาณเป็นระยะเวลาสั้น

คุณสามารถตั้งค่างบประมาณโฆษณาเพียงเล็กน้อยสำหรับระยะเวลาที่สั้นเท่าที่คุณต้องการ นี่จะช่วยให้คุณทดลองโฆษณาและทดสอบกับงบประมาณที่เล็กน้อยก่อนที่จะลงทุนมากขึ้นในระยะยาว

2. เลือกเป้าหมายกลุ่มเป้าหมายที่แน่นอน

การเลือกกลุ่มเป้าหมายที่มีความเกี่ยวข้องและแน่นอนช่วยให้โฆษณาของคุณเป็นไปตามเป้าหมายและลดค่าใช้จ่ายในการโฆษณา

3. ใช้คีย์เวิร์ดหลักยาวหรือนานาชาติ

การเลือกคีย์เวิร์ดหลักที่มีความสั้น และนั่นเป็นคีย์เวิร์ดหลักที่น้อยคนค้นหา หรือคีย์เวิร์ดที่ใช้บ่อย ๆ อาจทำให้ค่าใช้จ่ายต่อคลิกลดลง

3. ใช้คีย์เวิร์ดหลักยาวหรือนานาชาติ

Google Ads Manager

Google Ads Manager เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ในการจัดการและควบคุมการโฆษณาใน Google Ads ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับการสร้างและจัดการแคมเปญโฆษณาใน Google ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มโฆษณาออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยรวมแล้ว Google Ads Manager เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ สำหรับการจัดการและปรับแต่งแคมเปญโฆษณาใน Google ให้เหมาะสมกับเป้าหมายและงบประมาณของธุรกิจของคุณ

Google Ads Manager

การตลาดอออนไลน์มือใหม่ใช้โฆษณา Google Map

การโฆษณา Google Maps เป็นวิธีที่ดีในการเพิ่มการประชาสัมพันธ์และการเสนอสินค้าหรือบริการของธุรกิจออนไลน์มือใหม่ โดยคุณสามารถใช้โฆษณาบน Google Maps ได้ดังนี้:

1. ทำการตรวจสอบความเหมาะสม

ตรวจสอบว่าธุรกิจของคุณเกี่ยวข้องกับการค้นหาสถานที่หรือไม่ และมีกลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้องใน Google Maps หรือไม่

2. สร้างแคมเปญใน Google Ads

คุณจะต้องใช้ Google Ads เพื่อสร้างและจัดการแคมเปญโฆษณาบน Google Maps โดยเลือกชนิดโฆษณา Local Campaigns รูปแบบที่เหมาะสม สำหรับโฆษณาในพื้นที่ท้องถิ่น

3. กำหนดตำแหน่งทางภูมิศาสตร์

คุณสามารถกำหนดตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ธุรกิจของคุณที่ต้องการให้โฆษณาปรากฏบน Google Maps เพื่อให้โฆษณาปรากฏ เมื่อผู้ใช้ค้นหาสถานที่หรือธุรกิจในพื้นที่เป้าหมาย

4. ปรับแต่งโฆษณา

คุณสามารถกำหนดข้อความโฆษณา รูปภาพ และข้อมูลสำหรับโฆษณาบน Google Maps ให้เป็นไปตามต้องการของธุรกิจคุณ เช่น ข้อมูลการติดต่อ โปรโมชั่น 

5. ปรับงบประมาณ

โดยการกำหนดการเสนอราคาแบบ Pay-per-click (PPC) ซึ่งหมายถึงคุณจะเสียเงิน เมื่อมีผู้ใช้คลิกที่โฆษณาของคุณ

6. วัดผลและปรับปรุง

ใน Google Ads คุณสามารถดูข้อมูลเชิงลึก เกี่ยวกับประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณาบน Google Maps และทำการปรับปรุงตามผลลัพธ์ที่ได้ เช่น การเพิ่มอัตราการคลิก

6. วัดผลและปรับปรุง

เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ด้วย Google Ads

การใช้ Google Ads เป็นวิธีที่ดีในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่สำหรับธุรกิจของคุณ นี่คือขั้นตอนที่คุณสามารถทำเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ด้วย Google Ads

1. กำหนดเป้าหมายลูกค้าใหม่ที่คุณต้องการเข้าถึง พิจารณาความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย 

2. ใน Google Ads, มีตัวเลือกหลายประเภทของโฆษณาที่คุณสามารถเลือกใช้ เช่น Search Ads

3. เลือกเป้าหมายและเสนอราคาในการตั้งค่าแคมเปญ Google Ads ให้เหมาะสมที่สุด

4. ออกแบบเนื้อหาโฆษณาที่น่าสนใจและมีคุณค่าสำหรับกลุ่มลูกค้าใหม่ 

5. ทดสอบแคมเปญโฆษณา เพื่อดูว่าเนื้อหาและกลยุทธ์ที่คุณใช้มีผลลัพธ์ที่ดีหรือไม่ อย่างไร

6. วัดผลและประเมินประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณาของคุณ เช่น จำนวนคลิกและอื่น ๆ 

Google ads ลงชื่อเข้าใช้งาน

Google Ads ลงชื่อเข้าใช้งาน โดยทำตามขั้นตอนดังนี้

1. เข้าสู่ระบบบัญชี Google 

โดยเปิดเว็บเบราว์เซอร์ของคุณและไปที่หน้า https://ads.google.com เพื่อเข้าสู่ระบบ 

2. สร้างแคมเปญใหม่หรือเข้าถึงแคมเปญที่มีอยู่

หน้าแดชบอร์ด คุณสามารถสร้างแคมเปญใหม่หรือเข้าถึงแคมเปญที่มีอยู่ได้ผ่านเมนูหลัก

3. กำหนดการตั้งค่าแคมเปญ

คุณจะต้องตั้งค่า เช่น ประเภทแคมเปญ, เป้าหมายกลุ่มเป้าหมาย, และงบประมาณ

4. ออกแบบโฆษณา

คุณจะต้องออกแบบเนื้อหาโฆษณา เช่น ข้อความโฆษณา, รูปภาพ, หรือวิดีโอตามต้องการ

5. ตั้งค่าการเสนอราคา

กำหนดวิธีการเสนอราคาสำหรับโฆษณาของคุณ เช่น Cost-per-click

6. ตรวจสอบและเผยแพร่แคมเปญ

คุณสามารถตรวจสอบข้อมูลการโฆษณา และเผยแพร่แคมเปญบน Google Ads ได้

M Creation แนะนำ

นอกจากบทความแล้วทาง M Creation ของเรายังมีบริการ ยิงแอด TikTok, Linkedin Ads และ Google Ads ตลอดไปจนถึง Facebook Ads ให้ท่านที่สนใจได้ใช้บริการอีกด้วย

Google Ads ประเทศไทย ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

ค่าใช้จ่ายใน Google Ads ประเทศไทยจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประเภทของโฆษณาที่คุณใช้ คำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับแคมเปญของคุณ ความแข็งแกร่งของคู่แข่งในการประมูลโฆษณา และงบประมาณที่คุณกำหนดไว้
ขอแนะนำ M-Creationเอเจนซี่โฆษณา ที่เสนอทางเลือกที่คุ้มค่า สำหรับธุรกิจที่ต้องการใช้แคมเปญ Google Ads เพราะ M-Creation โดดเด่นด้วยราคาที่จับต้องได้ การจัดการแคมเปญโดยผู้เชี่ยวชาญ วิธีการโฆษณาที่ตรงเป้าหมาย การเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง รวมวิธีทำเพจให้คนติดตามเยอะ และการรายงานที่โปร่งใส ด้วยความช่วยเหลือนี้ ธุรกิจต่าง ๆ สามารถเพิ่มการแสดงตัวตนทางออนไลน์ เข้าถึงผู้ชมที่เหมาะสม และได้รับอัตราการเปลี่ยนแปลงที่สูงขึ้นได้ เมื่อเลือก M-Creation ธุรกิจจะสามารถปลดล็อกศักยภาพทั้งหมดของ Google Ads โดยไม่เกินงบประมาณ ในการผู้เริ่มต้นหรือมือใหม่!

Google Ads ประเทศไทย ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

คำถามที่พบ(FAQ)

1. สร้างบัญชี Google Ads

2. กำหนดการตั้งค่าแคมเปญ

3. ออกแบบและสร้างโฆษณา

4. เลือกตำแหน่งแสดงโฆษณา

5. ตั้งค่าการเสนอราคาและงบประมาณ

6. ตรวจสอบและเผยแพร่โฆษณา

หลังจากเริ่มโฆษณาใน Google Ads แล้ว คุณควรตรวจสอบและวิเคราะห์ผลการโฆษณาของคุณ เพื่อปรับแก้และปรับปรุงแคมเปญให้เหมาะสมต่อกลุ่มลูกค้าและเป้าหมายของคุณ

การค่าใช้จ่ายในโฆษณา Google สามารถหลากหลายและขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประเภทของโฆษณาที่คุณใช้ การแข่งขันในตลาดการโฆษณา ความสำคัญของคำค้นหา การเลือกเป้าหมายและกลุ่มเป้าหมายของคุณ งบประมาณที่คุณกำหนด เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม หากต้องการทราบค่าใช้จ่ายที่แน่นอนของการโฆษณาใน Google Ads คุณควรสร้างแคมเปญและทดลองเริ่มต้นด้วยงบประมาณที่คุณต้องการจ่าย และประเมินผลการโฆษณาของคุณ เพื่อปรับแก้และปรับปรุงแคมเปญต่อไป